ใบกระท่อม

posted on 09 Jan 2009 00:07 by ball-0031

ใบกระท่อม
ตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ "กระท่อม" เป็นพืชยืนต้นขนาดกลาง อยู่ในเขตร้อนชื้น แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่ละท้องถิ่นจะเรียกชื่อต่างกันไป เช่น ประเทศไทย เรียกว่า กระท่อม หรืออีด่าง อีแดง

ถ้าใช้นานๆ จะทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตเวช และพบว่ามีหลายรายเมื่องดเสพกระท่อมไปนานแล้ว แต่อาการทางจิตยังหลงเหลืออยู่ต้องรักษานาน

ฤทธิ์ของใบกระท่อมมีผลคล้ายสารอนุพันธ์ฝิ่น คือม่านตาหด ท้องผูก เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ลดอาการปวด

สารสำคัญที่พบในใบกระท่อม คือ Mitragynine เป็นสารจำพวก Alkaloids ถ้าเสพมากๆ จะออกฤทธิ์กดศูนย์ประสาท กดความรู้สึกเมื่อยล้าขณะทำงาน และทนทานต่ออากาศร้อนได้มากขึ้น จะเมา มึนงง คลื่นไส้อาเจียนและมีอาการดังต่อไปนี้ด้วย

1.  มีอาการกลัวฝน  และกลัวตั้งแต่เมฆฝนเวลาฝนตกจะรู้สึกหนาวสั่น

2.  ถ้ากินติดต่อกันเป็นเวลานาน  จะทำให้บริเวณโหนกแก้มเป็นสีดำคล้ำ

3.  เมื่อเสพจนติดจะต้องเพิ่มปริมาณการเสพมากขึ้น

4.  มีอาการท้องผูก อุจจาระเขียวและแข็ง

5.  บางรายมีอาการประสาทหลอน  หูแว่ว

6.  ถ้าไม่ได้เสพจะมีอาการหงุดหงิด  ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ


ผู้ที่ติดกระท่อมจะมีอาการเบื่ออาหาร ทำงานได้มากกว่าปกติ ตื่นเต้น ตื่นตัวสำหรับอาการขาดยาจะไม่มีแรง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและกระดูก อ่อนเพลียทำงานไม่ได้ ซึมเศร้า นอนไม่หลับ

ผู้ที่เสพเป็นประจำเมื่อหยุดจะเกิดอาการขาดกระท่อม คือไม่มีแรงทำงาน กระสับกระส่าย กระวนกระวาย หงุดหงิด น้ำมูกไหล ปวดเมื่อยตามข้อและกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะขาและเอว กระตุกบริเวณแขนขา

ผู้ใช้กระท่อมเป็นเวลานานติดต่อกันจะมีอาการทรุดโทรม  ผอม ท้องโต ผิวหนังแห้งดำเกรียม โดยเฉพาะบริเวณโหนกแก้ม ริมฝีปากดำ ปากแห้ง และท้องผูก

การเสพใบกระท่อมทำได้ทั้งวิธีเคี้ยวใบสด ชงน้ำดื่ม และสูบ แต่ที่อันตรายก็คือการนำใบกระท่อมไปเป็นส่วนผสมของเค รื่องดื่มซึ่งมีสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทชนิดอื่น ซึ่งทำให้ยิ่งมีฤทธิ์ต่อจิตประสาทมากขึ้น

กระท่อมจัดเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522

ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง เว้นแต่รัฐมนตรีจะอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ เป็นรายๆ ไป หากผลิต นำเข้า ส่งออก ผู้ฝ่าฝืนต้องจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท การเสพยาเสพติดไม่ว่าชนิดใดย่อมเกิดโทษต่อตนเองและผู ้อื่นที่ต้องได้รับผลกระทบจากการไร้ความสามารถในการค วบคุมสติสัมปชัญญะ จึงทำอะไรก็ได้โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของผู้อื่น